ปั่นจักรยานทั้งที ต้องให้ได้ดี ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ

402 จำนวนผู้เข้าชม  |  สาระน่ารู้

ปั่นจักรยานทั้งที  ต้องให้ได้ดี ทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ

การปั่นจักรยาน แบบเดินทาไกล หรือ ปั่นติดต่อกันหลายวันหรือวันเดียวก็ตามหรือ อยากให้เน้น ว่า เราปั่นเพือ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ 

ดังนั้น สิ่งที่ สำคัญที่สุด ค้อ !!! อย่าผลักดันตัวเอง ตามคนที่มีความสามารถสูงกว่าโดยเด็ดขาด

ดังนั้น การเดินทางเป็นกลุ่ม ควร เอาคนที่มีความสามารถน้อยสุดมาเป็นตัวตั้ง นั่นคือ ใช้ ความเร็ว และระยะทางที่สามารถปั่นไหวในแต่ละวัน ของคนนั้น เป็นเกณฑ์ มาตรฐานในการเดินทางค่ะ และ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ข้อตกลง กันก่อนออกเดินทาง ให้ทุกคนยอมรับ หลักการณ์นี้ให้ได้

โดย การปั่นที่ดีต่อสุขภาพ ควร ควบคุมการขี่ให้อยู่ไม่ให้เกินโซน2ของการออกกำลังกายคือประมาณ65-75% ของความสามารถสูงสุด และอย่าลืมว่า เรามาเป็นกลุ่ม ดังนั้น การควบคุมการขี่ ก็ต้อง ยึดตาม คนที่มีความสามารถน้อยที่สุดขณะนั้นนะคะ 

!!!! อยากบอกว่า อย่าขี่แบบบ้าพลังอัดแข่งกันไปเหนื่อยแล้วพัก หายเหนื่อยแล้วขี่ต่อ เพราะนั้น ซึ่งมีข้อเสียอย่างมากมาย คุณกำลังทำร้ายตัวเอง และ วิธีแบบนี้ ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่จะนำมาใช้ในการขี่ทางไกล นะคะ เพราะ อะไร เรามาลองดู ผลเสียที่จะตามมากัน 

1). การหลั่งของกรดแลคติคอย่างรวดเร็วเพราะเข้าสู่โซนอแนโรบิค กรดนี้มีผลทำลายกล้ามเนื้อ
มีอาการดังนี้คือหลังจากหยุดพักแล้วขี่ต่อ จะปวดล้ากล้ามเนื้อทั้งๆที่มีแรงขี่ต่อ กรดนี้ร่างกายสร้าง
เป็นอัตโนมัตืเพื่อหยุดให้เราทรมานร่างกายอีกต่อไป คือคูณต้องหยุดขี่นั่นเอง

2). กรดนี้จะสะสมอยู่ในร่างกายอีก 2-3 วันซึ่งจะมีผลกับการขี่วันต่อไป ถ้ายังใช้การขี่แบบนี้อยู่
กรดก็จะหลั่งสะสมเพื่มอีก ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการขี่ ท่านก็จะมีอาการจมกรดในที่สุดนะคะ

3). เสี่บงต่อการทำงานของหัวใจอยู่ใน MAX HR บ่อยเกินไป หัวใจก็โต ผลเสียเฉียบพลัน
ต่อหัวใจอีกมากมาย

4). การใช้พลังงานไม่สมดุล เพราะโซนนี้เป็นโซนอแนโรบิคซึ่งใช้พลังงานจากคารโบไฮเดรต80-90%
ที่เหลือเป็นไขมัน เมี่อเชื้อเพลิงจากคาร์โบไฮเดรตหมดเราก็ล้าและหมดแรงในที่สุด
ทำให้ขาดความทนทาน ระยะทางการขี่ต่อวันจะน้อยลงไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าใช้การขี่โซน2ซึ่งเป็นโซนแอโรบิคร่างกายจะใช้พลังงาน ไขมัน/คาร์โบไฮเดรต 50/50 โดยประมาณ ซึ่งทำให้การเผาผลาญหมดจด และสมดุล ทำให้ขี่ได้ทนทานและได้ระยะทางต่อวันมาก
และร่างกายไม่เสียหายค่ะ 

5). การหลั่งอะดีนาลีน ทำให้ร่างกายทรุดโทรม แก่ หง่อม

6). เกิดการสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง และสูญเสียเกลือแร่มากับเหงื่อซึ่งเหงื่อมีหน้าที่ระบายความร้อน

ข้อหก ก่อนออกเดินทางดื่มน้ำให้เพียงพอ แล้วดื่มน้ำแบบจิบทุกๆ20นาที
อย่ารอจนกระหายน้ำ ถ้ามีอาการกระหายน้ำแสดงว่าร่างกายเราขาดน้ำแล้วค่ะ 
ข้อระวังการขาดน้ำอย่างรุนแรง จะมีอาการ ดังนี้คือเมื่อหยุดพักเหงื่อจะออกอย่างมาก
จนโชกตัว ตัวจะเย็นอาจเกิดการช์อคหมคสติได้ค่ะ วัธีแก้ไขคือ นอนราบ สักพักแล้วดื่มน้ำ
อีกสักพักค่อยดื่มเกลือแร่ตาม นอนจนดีชึ้น แล้วไปพักผ่อนต่อ โดยหยุดขี่ต่อทันทีนะคะ

อาการที่ว่านี้ภาษาออกกำลังกายเรียกว่า เกิดอาการ BONK ค่ะ 
ขี่แล้ววูบ ขี่แล้วหน้ามืด เป็นลม สาเหตุส่วนมากเกิดจากอาการนี้ทั้งนั้นค่ะ 

@ ถ้าขาดน้ำแต่ไม่มากจะปวดหัวค่ะ แล้วปวดมากด้วย แบบนี้เรียกว่า BURN


!!! ขอบคุณ เรื่องราวดีดี จาก กลุ่ม #TYT ปั่นกระชับมิตร นะคะ

Powered by MakeWebEasy.com